วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.)


สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสถาบันมาตรฐาน แห่งชาติ มีหน้าที่ดำเนินการกำหนดมาตรฐาน โดยมี คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(กมอ.) ซึ่งประกอบด้วยบุคคลจากสามฝ่าย ได้แก่ ผู้ผลิต ผู้ใช้ และนักวิชาการ มาร่วมกันกำหนดมาตรฐานนี้เพื่อให้มาตรฐานแต่ละเรื่องมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้ ตลอดจนมีความถูกต้องทางวิชาการซึ่งสามารถนำไปใช้อ้างอิงได้
สมอ.
นายจักรพงศ์ ตีเมืองสอง นายกิตติพันธ์ ขันแก้ว นายไมตรีเดช งามผล ผู้จัดทำ
โรงเรียนปิยะบุตร์ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี
ติดต่อผู้ดูแลระบบ phisamai2503@hotmail.

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

5 ขั้นตอนง่ายๆสำหรับสร้างแผนการตลาด

ขั้นตอนที่ 1: กำหนดจุดยืนของผลิตภัณฑ์้
การตลาดประกอบด้วยองค์ประกอบ 4P คือ
  • สินค้า (product): คุณมีสินค้าหรือบริการที่เหมาะสมกับตลาดแล้วหรือยัง
  • ราคา (price): การขายสินค้าหรือบริการในปริมาณที่ทำให้กล่มลูกค้าเป้าหมายรู้สึกพอใจ
  • การส่งเสริมการขาย (promotion): การสร้างมุมมองที่เหมาะสมสำหรับช่องทางต่างๆ อาทิเช่นสิ่งพิมพ์ (จดหมาย ใบปลิว โบรชัวร์ และโปสการ์ด) โฆษณาทางทีวีหรือวิทยุ โฆษณาในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร โฆษณาออนไลน์และอื่นๆอีกมาก
  • สถานที่ (place): ช่องทางการส่งสินค้าไปยังจุดที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายสามารถหาซื้อได้

ถ้าหากคุณเสนอสินค้าหรือบริการที่เหมาะสม ในราคาที่เหาะสม ให้แก่ลูกค้าที่เหมาะสมได้ นั่นแสดงว่าคุณบรรลุเป้าหมายที่ต้องการแล้ว คุณต้องจำเอาไว้เสมอว่ายอดขายในปริมาณมากๆไม่ใช่กุญแจสำคัญแต่อย่างใด กำไรต่างหากคือกุญแจสำคัญ

 ขั้นตอนที่ 2 พึ่งพาความรู้ของคนที่คุณเชื่อใจ

ขั้นตอนที่ 3 รับฟังลูกค้า

นำข้อมูลที่คุณได้รับมาทำการวิเคราะห์ SWOT ซึ่งเหมือนเป็นการชำแหละธุรกิจของคุณออกมาเป็นส่วนๆนั่นเอง
  • จุดแข็ง: อะไรที่ทำให้บริษัทของคุณประสบความสำเร็จ?
  • จุดอ่อน: อะไรคือจุดอ่อนของคุณ
  • โอกาส: สภาพตลาดแบบใดหรือตลาดเซกเมนท์ใดที่ช่วยให้บริษัทเติบโตได้?
  • ภัยคุกคาม: คู่แข่งมีผลกับคุณมากน้อยเพียงใด?้
  ขั้นตอนที่ 4 ร่างแผนการขึ้นมา

  • สรุปสภาพตลาดและเป้าหมายของคุณ
  • สิ่งที่คุณคาดว่าจะทำให้สำเร็จในช่วงเวลาที่กำหนด
    (อาทิเช่น "เราจะขายอุปกรณ์ให้ได้ 150 เครื่องภายในไตรมาสที่สี่")
  • รายการของตลาดเป้าหมาย ซึ่งประกอบด้วยตลาดเซกเมนท์ต่างๆ รวมทั้งตลาดเฉพาะทางด้วย
  • นโยบายที่เหมาะสมสำหรับตลาดแต่ละเซกเมนท์
  • ค่าใช้จ่ายและทรัพยากร รวมทั้งวิธีการจัดสรร
  • ช่องทางการทำตลาด ตรงจุดนี้คุณต้องเลือกประเภทของสื่อที่ใช้ในการทำตลาดและกลไกที่ใช้แจกจ่ายสื่อดังกล่าว เพื่อดึงดูดลูกค้าเป้าหมาย อาทิเช่นใบปลิว ไปรษณียบัตร การทำตลาดทางอีเมล์ จดหมายข่าว เว็บไซต์และอื่นๆอีกมาก
  • นโยบายในการแข่งขัน คุณจะรับมือกับคู่แข่งได้อย่างไร? ตัวอย่างเช่น ถ้าหากคู่แข่งลดราคาสินค้าของตนเองลง

  • ขั้นตอนที่ 5: ติดตามผลลัพธ์

    ข้อมูลดีดีจากhttp://www.ksmecare.com

    วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

    เมื่อก้าวเข้าสู่โลกของการทำงาน คนเราควรตั้งเป้าหมายของชีวิตเตรียมไว้ว่าภายในกี่ปี จะขึ้นไปอยู่ในจุดใด ตำแหน่งใด เพราะการมีเป้าหมายจะทำให้เรากำหนดทิศทางการทำงาน การปฏิบัติตัวของเรา เพื่อให้ไปถึงจุดนั้นได้ในเวลาที่กำหนด ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการทำงาน มักพูดแนะนำอยู่เสมอถึงวิธีการที่พวกเขาปฏิบัติตัว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อคนทำงานมาแล้วหลายต่อหลายรุ่น ดังนี้

    1สนุกสนานกับงานที่ทำ
    2 มุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ
    3เชื่อมั่นในตนเอง
    4มีความคิดสร้างสรรค์
    5ปรับตัวได้รวดเร็ว
    6มีทีท่าในทางบวก
    7มีระเบียบวินัย*
    8มีความซื่อสัตย์ และช่วยเหลือผู้อื่นให้ประสบความสำเร็จ  มีน้ำใจ
    9กล้าหาญที่จะเสี่ยง
    10พัฒนาการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นอยู่เสมอ
    http://th.jobsdb.com/TH/TH/V6HTML/JobSeeker/work/july09-01.htm

    วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2555

    การบริหารค่าใช้จ่าย

    1. สินค้าที่มีในสต๊อค
    2. ร้านค้า ลองติดต่อพาร์ทเนอร์ธุรกิจ  เจราจาต่อรองกับผู้จัดส่งวัตถุดิบว่าจะสามารถยืดหยุ่นการชำระเงินหรือให้ส่วนลดได้อะไรได้บ้าง
    3. พลังงาน ค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปกับค่าน้ำและค่าไฟนั้นมีตรงไหนบ้างที่สามารถประหยัดได้ มีทางเลือกหลายอย่างในการลดค่าใช้จ่ายด้านนี้ซึ่งทำได้ไม่ยาก ทั้งการปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเมื่อไม่ได้ใช้งาน หรือตั้งเวลาปิดเครื่องปรับอากาศ 30 นาทีก่อนการพักกลางวัน เป็นต้น
    4. พนักงาน ถ้ามีใครลาออกก็อย่าเพิ่งรีบจ้างคนใหม่ แต่ลองกระจายงานให้กับพนักงานที่เหลือ หรือไม่ก็จ้างพาร์ทไทม์ให้เข้ามาช่วงงานเป็นช่วงๆ
    5. อุปกรณ์สำนักงาน ยกเลิกสมาชิกนิตยสารหรือหนังสือพิมพ์ที่ไม่จำเป็น เมื่อต้องสั่งซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ก็พยายามหาร้านที่ให้ส่วนลด และเป็นอุปกรณ์ที่ทำได้หลายๆอย่างภายในเครื่องเดียว เช่น เครื่องแฟ็กซ์ที่ถ่ายเอกสารได้ อีกวิธีที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายก็เช่นการหันมาใช้อีเมล์แทนกระดาษ เป็นต้น
    6. พื้นที่ หากคุณรู้สึกว่าค่าเช่าสำนักงานนั้นมีราคาที่สูงเกินไป ก็ลองหาพื้นที่ให้เช่าอื่นที่ราคาย่อมเยากว่า หรือลองเจรจาราคาที่พอสู้ได้กับผู้ให้เช่า
    7. ค่าเดินทาง หากต้องเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างมากไปกับการเดินทางเพื่อไปประชุม ลองหันมาประชุมกันแบบออนไลน์ผ่านคอมพิวเตอร์เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านนี้กันดู
    ขอบคุณความรู้จาก  http://incquity.com/articles/money-talk/7-ways-cut-your-expense